Make your own free website on Tripod.com

 

ภาษีเงินได้ของ ส . ว . และ ส . ส .

ส . บางไผ่

ก่อนที่จะกล่าวถึงเรื่องตามหัวข้อที่กำหนดจะขอกล่าวถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ พอให้เป็นพื้นฐานโดยสังเขปดังต่อไปนี้

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙ ได้บัญญัติให้ความหมายของคำว่า “ เงินได้ ” ไว้ว่า เงินได้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคำนวณได้เป็นเงิน จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว มีความหมายกว้างไปถึงว่า หากบุคคลใดได้รับเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่สามารถตีราคาเป็นเงินได้แล้ว ให้ถือเป็นเงินได้ของบุคคลผู้ได้รับมาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะได้รับมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อได้รับมาแล้วให้ถือเป็นเงินได้ทั้งสิ้น เช่น ได้มาจากการเล่นการพนันที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ได้มาจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือได้มาโดยวิธีอื่นใดก็ตาม ถือเป็นเงินได้ของบุคคลผู้ได้มา และแม้จะได้มาเป็นทรัพย์สินหรือเป็นสิทธิเรียกร้องหรือสิ่งอื่น ที่สามารถตีราคาและคำนวณเป็นเงินได้แล้ว ก็ให้ถือว่าเป็นเงินได้ของบุคคลผู้ได้รับมาทั้งสิ้น เช่น ได้อยู่บ้านพักฟรี ได้ใช้รถยนต์ฟรี ได้รับประทานอาหารฟรี ก็จะต้องนำมาคำนวณโดยตีราคาเป็นค่าเช่าบ้าน หรือค่าเช่ารถ หรือค่าอาหาร แล้วนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้ของบุคคลที่ได้มาทั้งสิ้น เว้นแต่ว่าเงินได้บางอย่างที่มีกฎหมายยกเว้นไว้ไม่ให้นำมารวมคำนวณเป็นเงินได้ เงินได้ส่วนนั้นก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้ของบุคคลผู้ได้รับมา

ในส่วนของผู้มีเงินได้ดังกล่าว ไม่ว่าจะได้มาจากการรับราชการประจำ หรือเป็นข้าราชการการเมือง ประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๐ ( ๒ ) ได้กำหนดไว้ว่า เงินได้ที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านพักฟรี ที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า และเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่รับทำจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว และเงินได้จากการอื่น ๆ นอกที่ระบุไว้ดังกล่าวตามมาตรา ๔๐ ( ๘ ) หากเงินได้นั้นไม่ได้รับการยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๒ แล้ว ผู้มีเงินได้ดังกล่าว จะต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ทั้งสิ้น

ประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๒ บัญญัติไว้ว่า “ เงินได้ประเภทต่อไปนี้ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ”

( ๑ ) และ ( ๒ ) ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าพาหนะที่ลูกจ้างหรือผู้รับหน้าที่ หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับทำงานให้ ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น ถ้าเป็นเงินได้ที่เข้าข่าย ( ๑ ) และ ( ๒ ) แล้ว ก็ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

จากหลักกฎหมายดังกล่าว ขอตั้งประเด็นเพื่อพิจารณาการเสียภาษีเงินได้ของ ส . ว . และ ส . ส . เป็น ๓ ประเด็น ดังนี้

๑ . เงินเดือนและเงินค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้ ส . ว . และ ส . ส . เป็นรายเดือน

สำหรับเงินได้ส่วนนี้ทั้ง ส . ว . และ ส . ส . จะต้องไปยื่นแบบ ภ . ง . ด . ( ๙๑ ) และ ( ๙๐ ) เพื่อเสียภาษีส่วนที่ขาดจากการถูกหัก ณ ที่จ่ายภายในเดือนมีนาคมของทุกปี หากถูกหักภาษีไว้เกินหรือเสียภาษีไว้เกินกว่าที่ควรต้องเสีย ก็ไปยื่นคำร้องขอคืนได้

๒ . เงินที่พรรคการเมืองจ่ายให้ ส . ส . ของพรรคนอกเหนือจากที่กล่าวในข้อ ๑ . เช่น พรรคการเมืองบางพรรคได้ประกาศออกมาว่า ทางพรรคจ่ายเงินให้แก่ ส . ส . ของพรรคตนคนละ ๒๐๐ , ๐๐๐ บาทต่อเดือน บางพรรคบอกว่าให้เดือนละ ๕๐ , ๐๐๐ บาท เงินส่วนนี้ถือเป็นเงินได้หรือไม่ และ ส . ส . ที่ได้รับไปจะต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้หรือไม่

เงินที่ ส . ส . ของพรรคการเมืองได้รับจากพรรคดังกล่าวนี้ หากพรรคการเมืองจ่ายให้แก่ ส . ส . ของตน เนื่องจาก ส . ส . ของพรรคทำงานให้พรรค เงินดังกล่าวก็ถือเป็นเงินค่าจ้างที่พรรคการเมืองนายจ้างจ่ายให้แก่ ส . ส . ของพรรค ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๐ ( ๑ ) ส . ส . ผู้รับเงินจำนวนดังกล่าวจะต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ด้วย และพรรคการเมืองผู้จ่ายเงินให้จะต้องหักภาษีเงินได้ในส่วนเงินที่จ่ายให้ดังกล่าว ณ ที่จ่าย เพื่อส่งมอบให้แก่กรมสรรพากรเป็นรายเดือน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๐ ด้วย

หากพรรคการเมืองดังกล่าวจ่ายเงินให้แก่ ส . ส . ในพรรคของตนให้เปล่า โดยที่ ส . ส . ของพรรคมิได้รับทำงานให้แก่พรรคของตน เงินได้ที่ ส . ส . ได้รับมาดังกล่าวก็ถือเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๐ ( ๘ ) ส . ส . ผู้รับเงินจะต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามวิธีการที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากรต่อไป และเงินได้ดังกล่าวไม่อยู่ในข่ายที่ได้รับการยกเว้นภาษีแต่อย่างใด

๓ . ค่าพาหนะในการเดินทางโดยเครื่องบิน ที่รัฐสภาจ่ายแทนให้ ส . ส . และ ส . ว . ถือเป็นเงินได้หรือไม่ หากเป็นเงินได้ เป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้หรือไม่ หากไม่ได้รับการยกเว้น ส . ส . และ ส . ว . จะต้องนำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ และได้นำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้หรือไม่

เงินค่าพาหนะโดยสารโดยทางเครื่องบินที่รัฐสภาจ่ายแทนให้ ส . ส . และ ส . ว . นั้น ถือได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับมาและสามารถตีราคาเป็นเงินได้ ที่เพิ่มพูนขึ้นนอกเหนือไปจากเงินเดือนที่ได้รับจึงถือว่าได้ว่าค่าพาหนะทางเครื่องบินที่รัฐสภาจ่ายแทนให้ ส . ส . และ ส . ว . นั้น เป็นเงินได้ของ ส . ส . และ ส . ว . ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ ( ๑ ), ( ๒ ) ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๓ / ๒๕๔๐ ระหว่าง บริษัท บิลลิตัน ไทยแลนด์ จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

ส่วนปัญหาที่ว่า เงินค่าพาหนะทางเครื่องบินของ ส . ส . และ ส . ว . ดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้หรือไม่นั้น ประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๒ ( ๑ ) และ ( ๒ ) ดังกล่าวข้างต้น ได้บัญญัติไว้ว่า “ เงินได้ในส่วนของค่าพาหนะเดินทางที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นั้นจะต้องเป็นเงินได้สำหรับค่าพาหนะที่ลูกจ้างหรือ ผู้รับหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้ทำงานให้ ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของตน และได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น ” จากบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวสามารถยกพิจารณาออกได้เป็น ๓ กรณี ดังต่อไปนี้

๓ . ๑ หากเป็นค่าพาหนะทางเครื่องบินที่ ส . ส . และ ส . ว . ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่ของตน เช่น ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมาธิการในคณะต่าง ๆ และมีความจำเป็นจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อตรวจสอบหรือแสวงหาข้อเท็จจริง และได้รับอนุญาตหรืออนุมัติจากประธานรัฐสภาหรือประธานวุฒิสภาแล้วแต่กรณี เฉพาะค่าพาหนะเดินทางโดยทางเครื่องบินในกรณีนี้ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ของ ส . ส . หรือ ส . ว . ที่เดินทางไป

๓ . ๒ หากเป็นค่าพาหนะในการเดินทางโดยทางเครื่องบินไปกลับเฉพาะในท้องที่หรือในจังหวัดที่ตนเป็น ส . ส . หรือ ส . ว . เฉพาะในระหว่างสมัยประชุมของรัฐสภา โดยได้รับอนุมัติหรืออนุญาตจากประธานรัฐสภาหรือประธานวุฒิสภาแล้วแต่กรณี กรณีดังกล่าวอาจพออนุโลมถือได้ว่าเป็นค่าพาหนะในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งอาจพออนุโลมถือได้ว่าได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

๓ . ๓ หากเป็นค่าพาหนะในการเดินทางโดยเครื่องบินของ ส . ส . และ ส . ว . นอกสมัยประชุมก็ดี หรือเป็นการเดินทางไปกลับยังท้องที่หรือจังหวัดอื่นที่ตนไม่ได้เป็น ส . ส . หรือ ส . ว . หรือเดินทางไปกลับวันละหลาย ๆ เที่ยว เดินทางบ่อย ๆ ในกรณีเช่นว่านี้ ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการเดินทางไป โดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ค่าพาหนะเดินทางโดยทางเครื่องบินในส่วนนี้ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ส . ส . หรือ ส . ว . ดังกล่าวจะต้องคำนวณพาหนะเดินทางโดยทางเครื่องบิน ในส่วนนี้ทั้งปี มารวมเป็นเงินได้ของตนนอกเหนือจากเงินเดือน และต้องเสียภาษีเงินได้ในส่วนนี้โดยไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้แต่อย่างใด ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๑๔๖ / ๒๕๓๙ ระหว่าง บริษัท สามเอ็ม ( ประเทศไทย ) จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย ซึ่งวินิจฉัยได้ว่า เงินค่าพาหนะซึ่งลูกจ้างได้รับจากนายจ้างอันจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๒ ( ๑ ) นั้น จะต้องเป็นค่าพาหนะซึ่งลูกจ้างได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนโดยเฉพาะ เช่น เป็น ส . ส . ทางภาคใต้เดินทางไปภาคเหนือหรือภาคอีสาน หรือเป็น ส . ส . ทางภาคเหนือหรือภาคอีสานเดินทางไปภาคใต้ ในกรณีนี้นอกจากจะมิใช่เป็นการไปปฏิบัติการตามหน้าที่แล้ว ยังถือได้ว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สุจริต ประธานรัฐสภาหรือประธานวุฒิสภาแล้วแต่กรณี ย่อมไม่อาจอนุญาตหรืออนุมัติให้ได้

ที่เขียนมาดังกล่าวข้างต้นนี้ เป็นการเขียนมาตามหลักวิชาการและตามหลักกฎหมาย มิได้มีเจตนาที่จะมุ่งร้ายต่อผู้ใด และเขียนมาเพื่อให้ท่าน ส . ส . และ ส . ว . ทั้งหลายที่ประชาชนไว้วางใจเลือกเข้ามาใช้จ่ายเงินภาษีอากรของประชาชนโดยประหยัด โดยโปร่งใส และขอให้ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการเสียภาษีอากรให้แก่รัฐ เพื่อให้ประชาชนผู้เลือกเข้าไปเกิดความภาคภูมิใจที่ได้เลือกพวกท่านเข้าไป

เพื่อให้ท่านผู้อท่านได้เห็นจำนวนค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในการเดินทางแต่ละครั้ง จึงได้นำอัตราค่าโดยสารทางเครื่องบินมาเขียนให้ดูด้วย

 

ราคาบัตรโดยสารภายในประเทศ

เส้นทาง

ชั้นประหยัด ( บาท )

ชั้นธุรกิจ ( บาท )

ภาคเหนือ

 

 

กรุงเทพฯ - เชียงราย - กรุงเทพฯ

๕ , ๐๘๐

๖ , ๖๘๐

กรุงเทพฯ - เชียงราย - กรุงเทพฯ

๔ , ๓๔๐

๕ , ๙๔๐

กรุงเทพฯ - พิษณุโลก - กรุงเทพฯ

๒ , ๗๖๐

๔ , ๓๖๐

ภาคอีสาน

 

 

กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี - กรุงเทพฯ

๓ , ๗๙๐

๕ , ๓๙๐

กรุงเทพฯ - อุดรธานี - กรุงเทพฯ

๓ , ๕๗๐

๕ , ๑๗๐

กรุงเทพฯ - ขอนแก่น - กรุงเทพฯ

๓ , ๐๐๐

๔ , ๖๐๐

ภาคใต

 

 

กรุงเทพฯ - หาดใหญ่ - กรุงเทพฯ

๕ , ๙๘๐

๗ , ๕๘๐

กรุงเทพฯ - ตรัง - กรุงเทพฯ

๕ , ๕๐๐

๗ , ๑๐๐

กรุงเทพฯ - ภูเก็ต - กรุงเทพฯ

๕ , ๒๕๐

๖ , ๘๕๐

กรุงเทพฯ - กระบี่ - กรุงเทพฯ

๕ , ๑๒๐

๖ , ๗๒๐

กรุงเทพฯ - นครศรีธรรมราช - กรุงเทพฯ

๔ , ๘๔๐

๖ , ๔๔๐

กรุงเทพฯ - สุราษฎร์ธานี - กรุงเทพฯ

๔ , ๖๘๐

๖ , ๒๘๐

ข้อสังเกต

การบินไทยรับเงินจากรัฐสภาในราคาชั้นประหยัดแต่ให้บริการชั้นธุรกิจ ซึ่งมีผลต่าง ๑ , ๖๐๐ บาทต่อครั้งต่อคน ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ในส่วนนี้ให้ ส . ว . และ ส . ส . ปีละเป็นจำนวนมาก

ขอเรียนถามท่านผู้มีหน้าที่ในการเรียกเก็บภาษีอากรว่า ท่านได้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีอากรในส่วนนี้จาก ส . ส . และ ส . ว . หรือไม่ เพราะเหตุใด

กลับไปด้านบนกลับด้านบน

ติดต่อชนินาฏอีเมลชนินาฏนะคะchaninatz@yahoo.co.th