Make your own free website on Tripod.com

chaninat zone ภาคภาษาไทยนะคะ

เวบนี้มีลิขสิทธิ์นะจ๊ะ
subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link | subglobal1 link
subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link | subglobal2 link
subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link | subglobal3 link
subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link | subglobal4 link
subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link | subglobal5 link
subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link | subglobal6 link
subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link | subglobal7 link
subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link | subglobal8 link

Chaninat Zone

อย่าดูนาน อย่าอิจฉาเปรยๆ ..แค่คุยกันหน่อย..

ที่จริงชื่อบทนี้ ถ้าเป็นตำรากฎหมายต้องใช้คำว่า ข้อห้าม ส่วนจะเป็นข้อห้ามเด็ดขาด หรือ ข้อห้ามไม่เด็ดขาดก็สุดแต่ผู้อ่านจะเน้นหรือจะทำ ประการใด ถ้าให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญก็ควรใช้คำว่า ขอเสนอความเห็น ( ไม่บังอาจบังคับ เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ) ถ้าเป็นบทความในวารสารก็มักจะใช้คำว่า ข้อคิด ถ้าเป็นบทความในนิตยสารก็จะใช้คำว่า อย่าทำอย่างนี้เลย แล้วอาจจะตามด้วยเครื่องหมายตกกะใจ ! สักนิดก็เป็นอันสมบูรณ์ แต่ที่นี่ เราจะใช้คำว่า << เปรยๆ >> ก็แค่อยากให้ผู้หญิงที่อ่านและกำลังอยู่ในสถานการณ์นี้ คิดทบทวนก่อนทำในสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ก่อน เพราะ คนเราถ้าคิดคนเดียว บางทีก็วนอยู่ในอ่าง แถมยังเข้าข้างตนเองอีกต่างหาก บางที ฟังเพื่อนบ้าง อาจเกิดแง่มุมอื่นที่ประเทืองสติอารมณ์บ้าง

เรากำลังเปรย ๆ กันเรื่องอะไร จะมีเรื่องอะไรนอกจากสามีสุดที่รักของเราน่ะซิ ! ถ้าเรารู้ รู้จริงๆ จังๆ หรือ ต่อหน้าต่อตา หรือ แค่สงสัย สันนิษฐาน ระแวง ว่าเขากำลังกระทำมิดีมิร้าย ทำตัวไม่เหมาะสม ไม่น่ารัก ในอันที่จะเป็นสามีที่แสนดี เราจะทำอย่างไรดี

1. คุยกันซะหน่อยพอสังเขป ไม่ต้องถึงขนาดเผ็ดร้อนเหมือน ยำยำ ต้มยำกุ้ง หรือส้มตำปูเค็มใส่พริก 1 กำมือ คุยด้วยเหตุผล ซึ่งส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ผล แต่เราก็หวังแค่ เป็นคนส่วนน้อย ที่ทำได้ผลก็แล้วกัน ไม่ลองไม่รู้ ข้อสำคัญพยายามพูดดีๆ ส่วนพูด อย่างไรนั้น กรุณาไปคิดเอาเอง เพราะข้อเท็จจริง แต่ละกรณี ย่อมต่างกัน ไม่อาจกำหนดเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปได้

ถ้าพูดแล้ว เขาเข้าใจเรา เราก็โชคดีมาก ถ้าเขาตกลงเฉยๆ ก็ยังนับว่าโชคดีอยู่ ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง บ้านแทบระเบิดก็อย่าท้อ อย่าคิดว่าไร้ผล ไม่ไร้ผลหร็อก อย่างน้อยเราก็ได้ระบายอะไรออกมาบ้าง ขออย่างเดียว กรุณาเลือกสถานที่ ลับหูลับตาลูกหน่อยนะ ข้อสำคัญ ฝากไว้หน่อยว่า อย่าเพิ่งเอ่ยคำว่า " หย่า " ไม่รู้เป็นโรคอะไร สามีภริยา ทะเลาะกันทีไร ต้องท้าหย่ากันทุกที ถ้าเป็นผัวเมียกัน เฉยๆไม่ได้จดทะเบียน ก็จะใช้วิธีขอแยกทางกัน จะพูดไปทำไม เพราะใจจริงก็ยังรักกันน่ะแหละ ถ้าพูดเพื่อ ให้อีกฝ่ายเสียใจ หรือเสียความรู้สึก ก็ไม่พ้นหัวใจตนเองที่ต้องเจ็บช้ำด้วย ถ้าสามีคุณเริ่มพูดก่อน ก็อย่าเสียใจว่าเขาไม่รัก เขาแค่เบื่อเท่านั้นเอง คนเราเบื่อกันได้ ขนาดเรารักลูกสุดชีวิต บางทีลูกพูดไม่รู้เรื่อง หรือไม่ได้อย่างใจเรา เรายังเบื่อเลย ถ้าอยากตัดปัญหาที่เขาพูดพร่ำเพรื่อ ก็บอกให้เขาไปหา เหตุฟ้องหย่าแล้วกัน ดูซิมันจะหาได้มั๊ย พอครั้งต่อไปพูดขึ้นมาอีก ก็ใช้คาถาเดิมนั่นแหละ ไปหาเหตุฟ้องหย่าซิ ทำไมไม่หา หรือหาไม่ได้ เจอคาถานี้หลายๆหนก็เบื่อไปเองละ

ทีนี่ถ้าผลออกมาแบบนี้ เราจะดำเนินการแบบไหนต่อไปดี อ่านต่อก่อนนะ อาจช่วยได้

2. ถ้ายังร้องไห้เป็น ก็ร้องซะให้พอ แต่ควรจะร้องคนเดียวในห้อง ถ้าเรียกลูกมานั่งดูเราร้องไห้ไป ด่าพ่อของเขาไป เราก็กำลังทำร้ายลูก ไม่ยุติธรรมสำหรับลูก เพราะประชาชนชาวไทย ย่อมมีสิทธิที่จะอยู่อย่างสันติ ไม่ควรต้องถูกรบกวนโดยไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะจากคนในครอบครัว ซึ่งพูดอยู่ทุกวั๊น ทุกวันว่า แม่รักลูก แม่รักลูก แม่รักลูก แม่รักลูก ไม่มีลูกคนไหนๆ ที่อยากฟังว่า พ่อของเขาเป็นคนไม่ดี พอแม่นั่งด่าพ่อให้ฟัง ครั้นจะเดินหนี แม่ก็ดั๊นนั่งร้องไห้อยู่ จะทิ้งไปก็กระไรอยู่ จะอยู่ไปก็เบื่อจิ๊บจ๋อง (ศัพท์ใหม่ แปลว่า เบื่อมาก คำเตือน ไม่ควรใช้เกินวันละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ภาษาไทยวิบัติได้)

3. กรณีที่คุณร้องไห้ไม่เป็น มันก็อึดอัด อัดอั้น เหมือนอาการ ท้องมีแก๊ซมาก จะระบายอย่างไร ควรเลือกที่จะพูดออกมา ไม่ใช่ด่าออกมา พูดกับใครล่ะ ? ชิวิตนี้คุณคงมีเพื่อนซักกะคนนะ ก็ลองคุยกับเพื่อน เพื่อนสนิท เพื่อนซี้ หรือเพื่อนเฉยๆก็ได้ แต่อย่าให้ถึงกับระบายกับใครก็ได้ อย่าลืมว่า การฟังปัญหา ของคนอื่น (ถ้าไม่กรณีอยากรู้อยากเห็น เรื่องส่วนตัวของคนอื่น เพื่อจะเอาไปเม้าท์ต่อ ให้สนุกปาก) มันเป็นเรื่องน่าเบื่อ คุณอาจรู้สึกดีขึ้น ที่ได้ด่าสามีให้คนนอกบ้านฟัง แต่ถ้าคนฟัง ไม่รักคุณเลย จะกลายเป็นการยำ ครอบครัวคุณ ให้พวก ปากหอยปากปูฟัง แล้วมันก็จะเหมือนมุมเมอแรง ที่วกกลับมาตีหัวคุณให้เจ็บช้ำ มากกว่าเดิม ถ้าสามีทำงาน อยู่ที่เดียวกัน หรือมีสายงานติดต่อกัน เขาคงลำบากใจ ที่จะเอาหน้าไว้บนคอ ของเขาเหมือนทุกวัน เขาอาจอายเล็กๆที่นอกใจเมีย แต่อายเป็นบ้าเลย ที่มีเมียปากลำโพง หรือปากไม่มีหูรูด ถ้าหักคอเมีย เอาไปเสียบประจานแล้ว ไม่มีผลกระทบถึงเขา เขาคงอดใจไม่ได้ ที่จะลองติดคุกดูสักที อย่าลืมว่า นิสัยผู้หญิงคือขี้หึง ผัวข้าใครอย่าแตะ แต่นิสัยผู้ชายกลับเน้นที่ศักดิ์ศรี ที่ว่า ฆ่าได้หยามไม่ได้

เพื่อนคนไหนดีน๊า ที่จะเล่าให้ฟัง ถ้าเพื่อนยังโสด ก็อย่าไปทำลายความรู้สึกดีๆ ของเพื่อนเลย เดี๋ยวจะยอม เป็นโสดตลอดไป ถ้าเพื่อนมีสามีน่ารัก แสนดี เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 ถ้าไม่จำเป็นก็ อย่าไปคุยเลย มันจซ้ำเติมตัวคุณเอง เชื่อสิ คุณทำใจไม่ได้ ที่จะเผลอตัว นำสามีคุณไปเปรียบเทียบ กับสามีเขา ชีวิตมันจะรัญทดกว่าเก่า เลือกเพื่อนที่แย่กว่าคุณ ยิ่งแย่กว่าเท่าไรก็ยิ่งดี เหมือนคุณสอบได้ที่เกือบบ๊วย ถ้าคุยกับคนสอบได้ที่ 1 จะไปสนุกตรงไหน สู้คุยกับพวกบ๊วยๆกว่า นี่ซิดี คุณจะเกิดกำลังใจ และ กลับรู้สึกดีขึ้นเพราะสามีคุณไม่เลวอย่างที่คิด ยังมีคนแย่กว่า ถ้าแย่พอๆกันก็คิดซะว่า ของเราดีกว่า จะได้มีกำลังใจ กลับไปทำจาย .. ย .. ย อีกหน

แต่ถ้าไม่มีเพื่อนให้พูด ก็อย่าเพิ่งใจร้อนพูดกับพ่อตาแม่ยาย (พ่อแม่ของเรา) เพราะ เขาจะอดไม่ได้ที่จะเหม็นหน้าลูกเขย (ตัวแสบสุดรักของเรา) กับพี่น้องเราก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะเดี๋ยวก็ไม่พ้นหูพ่อตาแม่ยายอีก ลองใช้วิธีที่ 4. ซิคะ

4. บ่น (ฟ้อง) กับพ่อผัวแม่ผัวมันซะเลย (ถ้าเขายอมฟัง) พ่อผัว แม่ผัวบางคน ที่เป็นคนดี๊ดี ก็จะรับฟัง และแนะนำเราได้ ถ้าพ่อผัวแม่ผัวที่ ประเสริฐๆ ก็จะกลุ้มใจไปกับเรา แต่ส่วนใหญ่ จะเจอพ่อผัวแม่ผัวที่ด่าเรากลับ พ่อผัวแม่ผัวประเภทนี้ ไม่ใช่พ่อผัวแม่ผัวที่ไม่ดี (ยังดีอยู่) แต่เป็นพ่อผัวแม่ผัว วิญญูชนธรรมดา ใครก็ต้องรักลูก เราเองยังรักลูกของเรา มากกว่าเพื่อนลูกอีก ไม่พึงโกรธท่าน แต่ขอแนะนำให้ลอง ลองดู โดนด่าสักนิดจะเป็นไร (ควรทำใจเตรียมไว้ก่อนด้วย เพื่อจะได้ไม่เผลอปากไปด่าท่านกลับ มันบาปนะ จะบอกให้)

หลังจากบ่นกับพ่อผัวแม่ผัวไม่สำเร็จ เพื่อนสนิทก็ไม่มี มีแต่คนไม่ชอบหน้าเรา (เราอาจจะคุยทับเขาไว้เยอะ พอมีปัญหาเลยไม่กล้าปริปาก กลัวเสียหน้า กลัวหน้าแตก) ห้าม อย่า ไม่ควร ควรระวังอย่างที่สุด ควรหลีกเลี่ยง หรือ ไม่ว่าจะใช้คำใดๆที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน กับคำว่า ห้าม แม้เป็นคำที่กระตุ้นต่อม ความอยากทำ สักเพียงใดก็ห้ามทำ ห้ามทำอะไร ห้ามระบายความทุกข์ใจกับแฟนเก่า เพราะเหตุว่า ....

ครั้งนึงเขาเคยรักคุณ แล้วถ้าเกิด ขณะนี้เขาก็ยังไม่ฉลาดพอ ที่จะเลิกรักคุณ คุณอาจทำให้เขา ไม่สบายใจไปกับคุณ คุณควรเปิดโอกาส ให้เขาได้ไปผุดไปเกิดบ้าง อย่าทำเหมือน เขาเป็นของตาย เป็นตัวสำรอง พอคุณดีกับสามีก็ทิ้งเขาไปอีก แม้เขาจะบอกว่า ไม่เป็นไร มีปัญหาก็มาคุยกัน ใหม่ๆ เขาอาจทำใจได้ แต่พอบ่อยๆ เขาอาจมีประกายแห่งความหวังว่า ชีวิตสมรส ของคุณมันไม่ใช่สมรสธรรมดา หรือ สมรสหวาน แต่เป็นรสขมอมบูด เขาอาจเผลอใจต้องการคุณขึ้นมาอีก ทั้งๆที่ คุณแก่ก็แก่ (ตีนกา ตีนหมา และ ตีนแมว ก็เห็นอยู่ ประปราย บนใบหน้า) อ้วนก็อ้วน ปากก็เสียมากกว่าเก่า อารมณ์ก็บูด บ่นก็เก่ง แถมมีลูกกวนๆติดมาอีก

ทีนี้ ถ้าคุณเป็นคนมีจิตใจ ไม่ใจร้ายเกินไป คุณก็จะมีปัญหาว่า จะเลือกใครดี ระหว่าง ตัวแสบสุดที่รักที่บ้าน หรือ เทวดาที่แสนดี คนนี้ แต่เชื่อสิ ร้อยทั้งร้อย คุณจะเลือก ตัวแสบสุดที่รัก นั่นล่ะ ตัวแสบสุดที่รัก ที่ทำให้คุณเสียใจบ่อยๆ ถี่ๆ มีเรื่องให้ปวดขมอง มันทุกวัน ก็คุณรัก ตัวแสบสุดที่รัก นั่นแหละ คุณถึงเสียใจ อยู่อย่างนี้ ถ้าคุณไม่รัก คุณจะรู้สึกสบายใจ เหมือนเวลาที่ คุณอยู่กับเทวดาที่แสนดีของคุณ และเมื่อคุณเลือกครั้งที่ 2 คุณก็จะทำให้ เทวดาที่แสนดีของคุณ อกหักเป็นครั้งที่ 2 และแล้ว กรรมก็จะตามสนองคุณอีกครั้งคือ " ตัวแสบสุดที่รักของคุณ" ก็จะนอกใจคุณอีกหน เหมือนเคย ไม่เคยเหน็ด ไม่เคยเหนื่อย ในการนอกใจ !

เขียนวกไปวนมา 321.65 รอบ แล้วจะให้ทำไง ..วะ เมียหลวงเริ่มหงุดหงิดใช่มั๊ย ? อ่านข้อ 5 ซิ

5. เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เริ่มแรก ก็ต้องชิมลางดูก่อนว่า เขาจะอ่านมั๊ย ? ปกติภูมิปัญญาชาวบ้านธรรมดา จะต้องอ่าน เพราะอยากรู้ว่า เมียมันเขียนอะไรมา แต่พออ่านแล้ว 2 ฉบับ น้ำเน่าพอกัน ก็จะเลิกอ่านไปเอง
จะเรื่มอย่างไร ก็เขียนจดหมายบรรยายความในใจ ให้เขาอ่าน เขียน เขียน เขียน เขียนไปเถอะ อย่ายาวมากนะ แค่พอหอมปากหอมคอ หน้าเดียวก็พอ และตัวหนังสืออ่านง่ายๆ ไม่วกวน ไม่หยาบคาย แล้วนำไปวางบนโต็ะ ในรถ หน้ากระจก หรือที่ใดๆที่เขาจะเห็น แล้วคอยดูผล ถ้าวันรุ่งขึ้น เขาพยายาม ปรับความเข้าใจ แสดงว่าคุณทำสำเร็จ 90 % แต่ถ้า เขาไม่พูดอะไรเลย เพียงกลับบ้านเร็วขึ้น แสดงว่าคุณทำสำเร็จ 80 % แม้เขา ยังไม่พร้อมที่จะปรับความเข้าใจ แต่เขาก็ยอมปรับตัว เข้าหา คุณแล้ว คุณเองก็ต้องยอมรับความรู้สึกของเขา เมื่อเขาไม่พร้อม ก็ไม่ต้องเซ้าซี้ให้มาปรับ แค่กลับบ้านเร็วขึ้น ก็เป็นบุญแล้ว

ทีนี้ ถ้าวันรุ่งขึ้น เขาขอเจรจาด้วย เขาอาจจะยกเหตุผล ที่กลับดึกบ่อยๆ เช่น "ผมรับราชการนะ มันต้องมีเพื่อนมีฝูง มีแนวร่วม ผมไม่ได้ทำงานส่วนตัวนะ วันๆ อยากจะกลับ ตอนไหนก็กลับ ไม่จำต้อง คบค้ากับใคร" หรือ "ผมเป็นตำรวจนะ มันต้องมีนาย ต้องโผล่ไปให้นายเห็นหน้าบ่อยๆ ชีวิตมัน จะได้ มีความหวังบ้าง หรือจะให้ชีวิตมันตันอยู่แค่นี้ ?" หรือ "ผมทำงานส่วนตัวนะ ไม่ใช่ข้าราชการ เช้าชามเย็นชาม งานเสร็จก็กลับบ้าน ผมต้องมีเพื่อนฝูงเยอะๆ มันสำคัญต่ออาชีพนะ คุณน่าจะคิดเป็น " สรุปแล้ว ไม่ว่าจะทำงานอะไร ประมาณใด พ่อเจ้าประคุณทูลหัว เธอก็หาเหตุผลมาจนได้ และสุดท้ายก็ลงเอยเหมือนเดิม อย่างนี้เรียกว่า ทำสำเร็จเหมือนกันแต่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าเขาพูดแล้ว เราเถียงไม่ทัน ถือว่าสำเร็จ 40 % แต่ถ้าเราเถียงทัน ถึงลูกถึงคน ไม่สามารถ ลดลาวาสอกได้ ถือว่าสำเร็จ แค่ 15 % แต่ถ้าเราเถียงเร็วกว่า แรงกว่า ถ้อยคำเจ็บแสบกว่า ถือว่าสำเร็จแค่ 0.023 % เพราะถ้าเขาแพ้วันนี้ เขาจะเอาคืน ด้วยการกลับดึก มากกว่าเก่า หรือทำอะไรก็ได้ ที่คิดว่า จะกระทบกระเทือนคุณ ได้มากที่สุด

ข้อสังเกต ไม่ควรเขียนจดหมายอย่างพร่ำเพื่อ อย่างเมามัน เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ ไม่ชอบนิยายน้ำเน่า เขาจะอ่านอย่างมากก็ 2 ฉบับ หลังจากนั้นก็ทิ้งไว้บนโต๊ะ หรือทิ้งขยะ ถ้าเบื่อมากๆ ก็เอามาคืนต่อหน้าต่อตา แต่ถ้านานๆคุณจะเขียนถึงเขาสักครั้ง แสดงว่า คุณกำลังจะบ้าแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว เขาอาจจะ เปิดออกอ่านบ้าง หร็อกนะ อย่าเพิ่งท้อ

6. เขียนแล้วเขาไม่อ่าน เราก็จงเขียนต่อไปแต่เขียนไว้อ่านเอง ลงทุนหน่อยหาสมุดบันทึกเก๋ๆ ตามรสนิยมของเรา เขียนไปเหอะ เขียนบ้าบอ คอแตก เขียนหั่นแหลก แค่ไหนก็ไม่เป็นไร เพราะไม่มีใครอ่าน การระบาย คววามรู้สึกบ้าง มันดีกว่า การเก็บสะสม ไว้คนเดียว มันจะระเบิด ถึงเวลานั้น เมืองทั้งเมืองอาจพินาศในพริบตา

แต่ถ้าจะให้ยุติธรรมสำหรับตนเอง เขียนทั้งเรื่องดี และ ไม่ดีของเขาด้วย พยายาม มองเขาในแง่ดี แม้จะมองลำบาก พยายามคิดเสียว่า เขาเป็นลูกคนโตของเรา เข้าใจเขาหน่อย แม้ไม่มีเหตุผล พยายามหามุกตลก จากพฤติกรรมของเขา คุณจะทำใจง่ายขึ้น เรื่องบางเรื่อง ถ้ามองจากอีกมุม อาจดีขึ้นหรือเสียใจน้อยกว่า เช่น เขากลับดึกบ่อยๆ อย่าจดบันทึกว่า เขากลับดึกวันไหนบ้าง แต่ควรจดว่า เขากลับเร็ววันไหนบ้าง แม้ความหมายจะคือกัน แต่ความรู้สึก อาจเบากว่า จิ๊ดนึงก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

เปรยๆสุดท้าย คุณเป็นคนนึงแน่ๆที่ถามตัวเอง หรือถามเพื่อน หรือถามใครสักคนว่า "เขารักฉันรึป่าว ?" (เป็นคำถามที่ ผู้เขียนถูกถามมากที่สุด จริงๆแล้ว เมียทุกคนที่ทะเราะกับผัวมา และความจริงผู้เขียนก็ อยากบอกว่า ก็ไปถามผัวเธอซิ ชั้นจะไปรู้ได้ไง!" แต่กลัวคนฟัง ร้องไห้ขี้มูกโป่ง ) แล้วคุณเคย ถูกถามกลับมั๊ยว่า คุณคิดว่าคุณสวยมั๊ย อย่าเข้าข้างตัวเองนะ คุณคิดว่าคุณน่ารักมั๊ย แล้วตอบตัวเองซิว่า แม้ว่าครั้งนึงในชีวิตที่นานมาแล้ว (อาจเกือบชาตินึงก็ได้) คุณอาจเคยสวย แต่ตอนนี้ แก่ก็แก่ อ้วนก็อ้วน ปากก็จัด ขี้บ่นก็ขี้บ่น เรื่องก็มาก ใช้เงินก็เก่ง ชอบกระแนะกระแหน ก็ที่หนึ่ง เอาแต่ใจอีกต่างหาก เหตุผลก็ไม่ค่อยมี แต่.... แต่เขายังอยู่กับคุณ คุณคิดว่าผู้ชายอายุปานนี้หมดทางไปแล้วหรือ คุณคิดว่า เขาย้ายไปอยู่กับ อีหนูลำบากนักหรือ คำตอบก็คือ เขายัง งี่เง่ารักคุณ เหมือนกับที่คุณก็ยังงี่เง่ารักเขาอยู่นั่นแหละ คิดอะไรมาก

กลับไปด้านบนกลับด้านบนยังไม่เข็ด

ต้องการติดต่อชนินาฏ